ทุกวันนี้กิจกรรมที่มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายทำมากที่สุดคือการนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหลายชั่วโมง ร่างกายรับภาระหนักจนเรารู้สึก ปวดหลัง เมื่อยคอ บ่าไหล่ตึงแข็งเป็นก้อน หนักหน่อยก็ลุกลามจนปวดหัว ระบบประสาทและฮอร์โมนเรรวนกลายเป็น ‘โรคออฟฟิศซินโดรม’ ต้องวิ่งโร่หาคุณหมอให้ช่วยรักษา

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีนำมาซึ่งความสะดวกสบาย และเชื้อเชิญให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนฝืนธรรมชาติ ในเมื่อสรีระร่างกายมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการนั่งต่อเนื่องได้ยาวเป็นวันๆ แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ จึงหันมาผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์พฤติกรรมคนยุคใหม่ หนึ่งในนั้นคือ ‘Aeron’ จากค่ายเฮอร์แมน มิลเลอร์ (Herman Miller) เก้าอี้สำนักงานตัวแรกที่ถูกสร้างมาเพื่อพนักงานออฟฟิศโดยเฉพาะ

‘แอรอน’ เปิดตัวตัวครั้งแรกในปี 2537 ในฐานะเก้าอี้ตัวแรกที่พลิกโฉมหน้าตาเก้าอี้นั่งทำงานที่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ บิล สตัมฟ์ (Bill Stumpf) และดอน แชดวิก (Don Chadwick) สองนักออกแบบเลือกละทิ้งรูปแบบเก้าอี้เดิมที่เราคุ้นชินด้วยการเลิกใช้เทคนิคโฟมและเบาะผ้าบุนวมเก้าอี้ให้หนานุ่ม และหันมาใช้วัสดุพิเศษที่เฮอร์แมน มิลเลอร์ คิดค้นและจดลิขสิทธิ์ขึ้นใหม่ มาพัฒนาควบคู่กับหลักสรีรศาสตร์และการยศาสตร์ นับแต่นั้นมาแอรอนก็กลายเป็นเก้าอี้สำนักงานที่ขายดีที่สุด เป็นที่รู้จัก และยอมรับกันทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว

กว่า ‘แอรอน’ จะเจ๋งจนกลายเป็นไอเท็มยอดฮิตของเหล่ามนุษย์ทำงานและทำยอดขายมากถึง 8 ล้านตัวจาก 134 ประเทศทั่วโลก แรกเริ่มเดิมทีเก้าอี้ตัวนี้ถูกตั้งโจทย์ให้ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ต้องใช้อิริยาบถนั่งยาวนานกว่าวัยอื่น ต่อมานักวิจัยการตลาดพบว่ากลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งเป็นวัยใช้แรงงานก็ต้องการการดูแลทำนองนี้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนทำงานออฟฟิศที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ยาวนานเป็นเวลา 6-8 ชั่วโมงต่อวัน ร่างกายต้องรับภาระหนักไม่แพ้ผู้สูงวัย แอรอนจึงถูกปรับเปลี่ยนและพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นเก้าอี้เพื่อคนทำงาน

มาเรีย แอนดรูว์ (Maria Andreu) ผู้เชี่ยวชาญด้านการยศาสตร์และการจัดสรรพื้นที่ที่อยู่อาศัยในออฟฟิศประจำแบรนด์เฮอร์แมน มิลเลอร์ อธิบายให้ฟังว่า แอรอนนั้นต่างจากเก้าอี้สำนักงานทั่วไปตรงที่ถูกคิดค้นมาแล้วว่า ‘เหมาะกับสรีระและพฤติกรรมการใช้งานของมนุษย์ยุคดิจิทัล’